วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2563
เวลา 12.30 - 15.30 น.

➤ The Knowledge ความรู้ที่ได้รับ
      💗 ความหมายของการคิด
           เป็นกระบวนการทางสมองที่เกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น ทำให้จิตและสมองนำข้อมูลที่มีอยู่มาหาวิธีการเพื่อที่จะแก้ปัญหานั้น
      💗 ความสำคัญของการคิด
- การคิดนำไปสู่การกระทำและการเปลี่ยนแปลง 
- การคิดทำให้ได้วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา
- การคิดที่ถูกต้อง ช่วยลดเวลาในการแก้ปัญหา ลดการใช้ทรัพยากร นำไปสู่การป้องกันปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
- การคิดไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่แก้ปัญหาแล้ว ยังเป็นการสร้างปัญหา ก่อให้เกิดความสูญเสีย
    💗 องค์ประกอบของการคิด


     💗 ระดับของการคิด
1. ระดับขั้นพื้นฐาน  เรียกว่า    ทักษะการคิด
2. ระดับขั้นกลาง     เรียกว่า    ลักษณะการคิด
3. ระดับขั้นสูง         เรียกว่า    กระบวนการคิด
     💗 ความหมายของความคิดสร้างสรรค์
          ความคิดสร้างสรรค์เป็นการคิดอย่างอิสระในเชิงนวัตกรรม จินตนาการ และความคิดหลายทิศทาง คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น คิดริเริ่ม คิดละเอียดประณีต (jellen and Urban 1986)
         ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง กระบวนการทางปัญญาระดับสูงที่ใช้กระบวนการทางความคิดหลายๆอย่างมารวมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้สร้างสรรค์มีอิสรภาพทางความคิด (อุษณีย์ โพธิสุข 2544)
     💗 คุณค่าของความคิดสร้างสรรค์
- คุณค่าต่อสังคม
คุณค่าต่อตัวเอง
- ทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน
- ช่วยลดความเครียดทางอารมณ์
- ช่วยส่งเสริมสุนทรียภาพ
    💗 องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์
- ความคิดคล่องแคล่ว หมายถึง ปริมาณความคิดที่ไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกัน เช่น ด้านถ้อยคำ การโยงความสัมพันธ์ การแสดงออก การคิด
- ความคิดริเริ่ม หมายถึง ความคิดที่แปลกใหม่และแตกต่างไปจากบุคคลอื่น

กิลฟอร์ด วิธีการคิด 2 แบบ
1. ความคิดรวมหรือความคิดเอกนัย (Convergent thinking)
2. ความคิดกระจายหรือความคิดอเนกนัย (Divergent thinking)
โครงสร้างการคิดของ กิลฟอร์ด แบ่ง 3 มิติ คือ - มิติที่ 1 เนื้อหา
                                                                         - มิติที่ 2 วิธีการคิด
                                                                         - มิติที่ 3 ผลของการคิด
มิติที่ 1 เนื้อหา  แบ่งเป็น 4 ลักษณะ
1. ภาพ (Figural = F)
2. สัญญลักษณ์ (Symbolic = S)
3. ภาษา
4. พฤติกรรม

มิติที่ 2 วิธีการคิด
1. การรู้การเข้าใจ (Cognition = C)
2. การจำ (Memory = M)
3. การคิดแบบอเนกนัยหรือคิดกระจาย (Divergent thinking = D)
4. การคิดเอกนัยหรือความคิดรวม (Convergent thinking = N)
5. การประเมินค่า (EValation = E)

มิติที่ 3 ผลของการคิด  แบ่งเป็น 6 ลักษณะ
1. หน่วย (Units = S)
2. จำพวก  ( Classes = C )
3. ความสัมพันธ์ ( Relations = R )
4.  ระบบ ( Systems = S )

5.  การแปลงรูป (Transformation = T )
6.  การประยุกต์ (Impications = I )

    💗 องค์ประกอบของความคิด (โครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด)
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
2. ความคิดคล่องตัว/คล่องแคล่ว (Fluency)
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibilify)
4. ความคิดละเอียดละออ (Elaboration)


    💦สรุปการคิดสร้างสรรค์ หมายถึง กระบานการทางปัญญาที่สามารถขยายขอบเขตความคิดที่มีอยู่เดิมสู่ความคิดที่แปลกใหม่แตกต่างไปจากความคิดเดิมและเป็นความคิดที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม

     💗 คุณลักษณะของการคิดสร้างสรรค์
1. ต้องเป็นสิ่งใหม่
2. ต้องใช้การได้
3. ต้องมีความเหมาะสม

     💗 กระบวนการคิด
1. ค้นพบปัญหา
2. เตรียมการและรวบรวมข้อมูล
3. วิเคราะห์
4. ฟูมฟักความคิด
5. ความคิดกระจ่าง
6. ทดสอบความคิด
   
    💗 ประเภทการคิดสร้างสรรค์
1. การเปลี่ยนแปลง Innovation
2. การสังเคราะห์  Synthesis
3. ต่อเนื่อง  Extension
4. การลอกเลี่ยน Duplication

   💗 ประโยชน์ของการคิดสร้างสรรค์
1.ช่วยให้พบวิธีแก้ปัญหาในทางที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน
2.ก่อให้เกิดนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง
3.ช่วยให้พบหรือได้สิ่งที่ดีกว่าเดิม
4.ช่วยให้มีชีวิตความเป็นอยู่
           
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
         พฤติกรรมของบุคคลที่มีความคิดริเริ่ม คือ กล้าคิด  กล้าแสดง  กล้าทดลอง  กล้าเสี่ยง  กล้าเล่นกับความคิดของตน
2. ความคิดคล่องตัว/คล่องแคล่ว (Fluency)
        ความคิดคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคำ  โยงสัมพันธ์  การแสดงออกในการคิด
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibilify)
        ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที  ความคิดยืดหยุ่นทางด้านการดัดแปลง
4. ความคิดละเอียดละออ (Elaboration)
         ประกอบด้วย ความคิดริเริ่ม  ความคิดคล่องตัว/คล่องแคล่ว  ความคิดยืดหยุ่น 
กิจกรรมในห้องเรียน
กิจกรรมที่ 1  อาจารย์ให้นักศึกษาฝึกคิดสร้างสรรค์โดยการ บอกพฤติกรรมที่มีคำความหมายตรงข้ามกัน
เช่น หนักเหมือนกับนุ่น   เร็วเหมือนเต่าเดิน  เรียบร้อยเหมือนลิง  ร้องไห้เหมือนถูกหวย   เหม็นเหมือนดอกไม้  สูงเหมือนหลักกิโล   ดีเหมือนโจร  เล็กเท่าบ้าน  หวานเหมือนกับมะนาว   เป็นต้น


กิจกรรมที่ 2 ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มแล้วออกแบบท่าทางของกลุ่มตัวเองให้มีแพทเทิลและเกณฑ์ โดยอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของคนในกลุ่มต้องแตะกันทุกคน และตั้งชื่อการออกแบบนั้น


ออกแบบเป็นงู : กิจกรรมนี้ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ คิดเชื่อมโยง การทำงานเป็นทีมและความคล่องแคล่วว่องไวในการคิด

กิจกรรมที่ 3 ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม ออกแบบเรือโดยอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของคนในกลุ่มต้องแตะกันทุกคน พร้อมตั้งชื่อเรือ


กลุ่มดิฉันออกแบบเป็เรือสุพรรณหงส์


กลุ่มเพื่อนๆช่วยกันออกแบบเรือ

👉👉 สิ่งที่ได้จากกิจกรรมนี้ คือ เพื่อนๆในกลุ่มร่วมด้วยช่วยกัน คิดและวางแผนทาทางให้ออกมาเป็นรูปภาพเรือที่สมบูรณ์ที่สุด เกิดการระดมสมอง ยอมรับความคิดเห็นกัน ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง
 เกิดการคิดแก้ปัญหา คิดยืดหยุ่น คิดสร้างสรรค์ 👈👈

การนำไปประยุกต์ใช้ในการสอน
- นำไปสอนกิจกรรมเคลื่อนไหว หน่วยเรือ ให้กับเด็กอนุบาลโดยให้เด็กเคลื่อนไหวแบบเรือ ออกแบบเรือของตนเอง เป็นคู่ และเป็นกลุ่ม 


➤ Assessment การประเมิน

Self-assessment (ตนเอง)
     เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย จดบันทึกขณะที่ฟัง มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ได้คิดได้ออกแบบสิ่งใหม่ๆ ได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม ได้ความรู้ในการนำกิจกรรมไปประยุกต์ใช้กับเด็ก
     
Evalaute frieads (เพื่อน)
    เพื่อนๆให้ความร่วมมือใรชนการทำกิจกรรม ยอมรับความคิดเห็นกันช่วยกันทำงาน

Evalaute teacher (อาจารย์)   
     อาจารย์สอนให้นักศึกษาเรียนอย่างอิสระ ไม่ตีกรอบ ให้คิดอย่างสร้างสรรค์และมีกิจกรรมหลากหลายให้ทำ กิจกรรมน่าสนใจและสนุกสนานไม่เครียด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น